Cloud Database vs On-Premise แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ

“การจัดการข้อมูล” สำหรับในปัจจุบันนี้ เรียกว่ากลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจทุกขนาด และการเลือกใช้ฐานข้อมูลที่เหมาะสมจึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญตามไปด้วย และด้วยการมาถึงของเทคโนโลยีคลาวด์ ทำให้เกิด Cloud Database ขึ้น นำไปสู่ความท้าทายที่ว่าจะเลือกใช้ฐานข้อมูลในแบบดั้งเดิม หรือเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ดีกว่ากัน? วันนี้เราจึงขอนำข้อมูลมาเปรียบเทียบระหว่าง Cloud Database vs On-Premise เพื่อให้คุณได้เข้าใจความแตกต่างและเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

Cloud Database คืออะไร?

Cloud Database คือบริการจัดเก็บและจัดการข้อมูลที่ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แทนที่จะติดตั้งและดำเนินการบนเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร ระบบฐานข้อมูลดังกล่าวถูกโฮสต์และจัดการโดยผู้ให้บริการคลาวด์ เช่น Amazon Web Services (AWS), Google Cloud Platform (GCP) หรือ Microsoft Azure

การทำงานของ Cloud Database มีพื้นฐานเช่นเดียวกับฐานข้อมูลทั่วไป คือใช้สำหรับจัดเก็บ จัดระเบียบ และประมวลผลข้อมูล แต่มีคุณสมบัติบางอย่างเพิ่่มเข้ามา คือ 

การเข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต: ผู้ใช้สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ความยืดหยุ่น: สามารถปรับขนาดทรัพยากรตามความต้องการของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

การบำรุงรักษาและการลงทุนในทรัพยากร: ผู้ให้บริการคลาวด์จะดูแลการอัปเดตและการบำรุงรักษาระบบ ทำให้ธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องนี้

ประโยชน์ของ Cloud Database สำหรับธุรกิจ

ความยืดหยุ่นในการปรับขนาด 

Cloud Database สามารถปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการรองรับปริมาณผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล หรือการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

ประหยัดต้นทุน 

ระบบ database cloud ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้น (CAPEX) และเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ (OPEX) เป็นแบบจ่ายตามการใช้งานจริง ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีฐานข้อมูลระดับสูงได้

ความพร้อมใช้งานสูง

ผู้ให้บริการคลาวด์มักรับประกันความพร้อมใช้งานของระบบในระดับสูง (SLA) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ลดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจจากปัญหาระบบล่ม

การเข้าถึงจากทุกที่ 

ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและจัดการ database on cloud ได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่ต้องทำงานจากระยะไกล หรือต้องทำงานร่วมกันจากต่างสถานที่

ความปลอดภัยระดับสูง 

บริการ Cloud Database มักมาพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน ทั้งการเข้ารหัสข้อมูล การตรวจสอบสิทธิ์ และการป้องกันการโจมตี ซึ่งบางครั้งอาจมีมาตรฐานสูงกว่าที่องค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางจะสามารถจัดการได้เอง

การบำรุงรักษาที่ง่ายขึ้น 

ผู้ให้บริการคลาวด์ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุงซอฟต์แวร์ แพทช์ความปลอดภัย และการบำรุงรักษาระบบ ทำให้ทีมไอทีภายในองค์กรสามารถโฟกัสกับงานด้านอื่นที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้มากขึ้น

Cloud Database มีอะไรบ้าง?

1. Relational Database

เป็น Database ที่อิงจากรูปแบบดั้งเดิม ที่จัดเก็บข้อมูลในตารางที่มีความสัมพันธ์กัน เหมาะสำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจนและต้องการความสอดคล้องของข้อมูลสูง ตัวอย่างเช่น:

  • Amazon RDS (สนับสนุน MySQL, PostgreSQL, Oracle, SQL Server)
  • Google Cloud SQL
  • Azure SQL Database
  • Amazon Aurora

2. NoSQL Database

NoSQL Database ออกแบบมาสำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างยืดหยุ่น และเหมาะกับแอปพลิเคชันที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น

  • Document Database: MongoDB Atlas, Amazon DocumentDB, Google Firestore
  • Key-Value Store: Amazon DynamoDB, Redis Cloud
  • Column-Family: Google Bigtable, Azure Cosmos DB
  • Graph Database: Amazon Neptune, Neo4j Aura

3. Distributed Database

Cloud Database แบบ Distributed Database ทำหน้าที่ช่วยกระจายข้อมูลไปยังหลายเซิร์ฟเวอร์เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพการใช้งาน เช่น Amazon DynamoDB และ Google Cloud Spanner

Cloud Database vs On-Premise Database แตกต่างกันอย่างไร?

การตัดสินใจระหว่างการใช้ Cloud Database หรือ On-Premise Database จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบ 

ด้านต้นทุน:

  • Cloud Database: ใช้โมเดลค่าใช้จ่ายแบบ จ่ายตามการใช้งาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์และการบำรุงรักษา
  • On-Premise: ต้องลงทุนสูงในช่วงเริ่มต้น สำหรับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ศูนย์ข้อมูล และบุคลากร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดและบำรุงรักษาต่อเนื่อง

ด้านความยืดหยุ่นและการปรับขนาด:

  • Cloud Database: ปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งแบบอัตโนมัติและตามต้องการ
  • On-Premise: การปรับขนาดต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการจัดหาฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ติดตั้ง และตั้งค่าต่างๆ

ด้านความปลอดภัย:

  • Cloud Database: ผู้ให้บริการมักมีระบบและฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและมีการอัปเดตอยู่เสมอ ช่วยสร้างความปลอดภัยให้ฐานข้อมูล โดยไม่ต้องลงทุนในการดูแลรักษาความปลอดภัยเอง แต่ทั้งนี้ก็มีข้อจำกัดตรงที่ ทุกอย่างจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทั้งสิ้น 
  • On-Premise: องค์กรมีการควบคุมโดยตรงทั้งข้อมูลและมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ต้องรับผิดชอบการปกป้องระบบทั้งหมดด้วยตนเอง

ด้านการควบคุมและการปรับแต่ง:

  • Cloud Database: มีข้อจำกัดบางประการในการปรับแต่งระดับโครงสร้างพื้นฐาน ขึ้นอยู่กับบริการที่ผู้ให้บริการคลาวด์มี
  • On-Premise: ควบคุมได้อย่างเต็มที่ในทุกระดับ สามารถปรับแต่งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะ

ด้านการเข้าถึงและการทำงานร่วมกัน:

  • Cloud Database: เข้าถึงได้จากทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต เหมาะต่อการทำงานระยะไกลและการทำงานร่วมกันระหว่างทีมที่ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน
  • On-Premise: การเข้าถึงจากภายนอกต้องกำหนดค่าเพิ่มเติม ซึ่งอาจซับซ้อนและมีข้อจำกัดมากกว่า

ด้านข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ:

  • Cloud Database: ผู้ให้บริการคลาวด์มักมีใบรับรองการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ แต่บางอุตสาหกรรมอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล
  • On-Premise: องค์กรสามารถควบคุมได้โดยตรง ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรม

ทักษะที่จำเป็นในการดูแลฐานข้อมูลบน Cloud Database

สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้ Cloud Database จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น

การจัดการฐานข้อมูล (Database Management): เข้าใจหลักการของฐานข้อมูลและการปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ความปลอดภัยบนคลาวด์ (Cloud Security): เข้าใจฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงและป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้

การสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup and Recovery): วางแผนการสำรองข้อมูลและกู้คืนในกรณีที่เกิดปัญหา

การใช้เครื่องมือบริหารจัดการคลาวด์: เช่น AWS RDS, Google Cloud SQL, และ Azure SQL Database

การวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพ (Performance Tuning): ปรับปรุงประสิทธิภาพของฐานข้อมูลให้รองรับการทำงานได้อย่างราบรื่น

แนวโน้มในอนาคตของ Cloud Database

เทคโนโลยี Cloud Database มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนลยีที่เกิดขึ้นมาคือ 

ฐานข้อมูลแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ (Serverless Databases) - เป็นโมเดล Database ที่ไร้เซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรหรือการปรับขนาด โดยระบบจะปรับขนาดอัตโนมัติตามความต้องการ

การผสมผสานกับปัญญาประดิษฐ์ (AI-Integrated Databases) - การนำเทคโนโลยี AI และ ML มาผสมผสานกับฐานข้อมูล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติ การ Predict รูปแบบการใช้งาน การปรับแต่งประสิทธิภาพอัตโนมัติ และความสามารถในการค้นหาข้อมูลขั้นสูง

Edge Computing และฐานข้อมูลแบบกระจาย - การย้ายการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลให้ใกล้กับแหล่งที่มาของข้อมูลมากขึ้น ช่วยลดความล่าช้าและปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองในเวลาจริง

การเลือกใช้ Cloud Database

การเลือกระหว่าง Cloud และ On-Premise Database ขึ้นอยู่กับความต้องการและลักษณะของธุรกิจ ซึ่ง Cloud Database เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่น ขยายตัวง่าย และลดภาระการดูแลระบบ ขณะที่ On-Premise Database ยังคงมีความจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยสูงและควบคุมข้อมูลได้เต็มที่ การพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุด

สำหรับธุรกิจที่สนใจใช้ Cloud Database เพื่อประสิทธิภาพให้กับองค์กร SiS คือตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit และเป็น AWS Distributor รายแรกของประเทศไทย มี Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ 

ให้ SiS เป็นอีก 1 ตัวช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ

Getting started with us, AWS starter kit Virtual Machine (VM)
Find a plan to streamline your workflows

Start 1 Month Free Trial for Any Services* No need to buy, Just try first!

ทดลองใช้งานฟรี