ปัจจุบัน ข้อมูลมีความสำคัญไม่แพ้ทรัพย์สิน โดยเฉพาะในธุรกิจต่างๆ ดังนั้นการสำรองข้อมูล (Backup) จึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น และในยุคของ Cloud Service ทำให้การเกิดขึ้นของ Cloud Backup เป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลและเพิ่มความมั่นใจในยุคที่การทำงานและการดำเนินธุรกิจต้องพึ่งพาข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของ Cloud Backup พร้อมกันในบทความนี้
การสำรองข้อมูล (Backup) คืออะไร?
การสำรองข้อมูล คือ การสร้างสำเนาของข้อมูลเช่น ไฟล์, ฐานข้อมูล, ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ แล้วนำไปจัดเก็บไว้ยังแหล่งอื่นๆ เพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีที่ข้อมูลต้นฉบับเกิดความเสียหายหรือสูญหาย ในการสำรองข้อมูลนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น การเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ อุปกรณ์พกพา หรือ Cloud Backup เป็นต้น
การสำรองข้อมูลถือว่ามีความสำคัญอย่างมากสำหรับทั้งบุคคลทั่วไป หรือองค์กรก็ตาม เพราะในปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ข้อมูลสูญหายมีอยู่มาก ไม่ว่าจะจากข้อผิดพลาดส่วนตัวเอง หรือ จากอื่นๆ เช่น มัลแวร์, ไวรัส, อุบัติเหตุไม่คาดคิดที่ส่งผลให้แหล่งจัดเก็บข้อมูลเดิมเสียหาย กรณีตัวอย่างที่เห็นภาพได้ง่ายและใกล้ตัวที่สุดอย่างเช่น การที่เราไม่เคยสำรองข้อมูลในมือถือเลย เมื่ออยู่ๆ มือถือเกิดเสียหรือสูญหาย ก็เกิดปัญหาที่ว่าไม่สามารถใช้งานข้อมูลที่เคยมีอยู๋ได้
ทำไมเราจึงควรสำรองข้อมูล?
- ป้องกันข้อมูลสูญหายโดยข้อผิดพลาดส่วนตัว หรือเหตุไม่คาดคิด
- สามารถเรียกใช้ข้อมูลเวอร์ชั่นก่อนหน้าได้ ในกรณีที่ข้อมูลในที่จัดเก็บหลักถูกแก้ไข หรือเขียนทับไปแล้ว
- กู้คืนข้อมูลสำคัญจากการโจมตีทางไซเบอร์ เช่น แรนซัมแวร์ (Ransomware), การติดไวรัส เป็นต้น
- ทำให้สามารถเรียกใช้ข้อมูลเดิมได้ หากต้องมีการเปลี่ยนเครื่องมือหรืออุปกรณ์ เช่น เปลี่ยนมือถือ คอมพิวเตอร์ แทบเล็ต
Cloud Backup คืออะไร?
Cloud Backup หรือการสำรองข้อมูลบนระบบคลาวด์ เป็นหนึ่งในวิธีการสำรองข้อมูล ที่เป็นการเก็บข้อมูลไว้บน Cloud Server ของผู้ให้บริการ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถเข้าถึงและจัดการได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ระบบการ Backup ข้อมูลนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการปกป้องข้อมูล ลดความเสี่ยงของการสูญหาย และช่วยให้การกู้คืนข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของ Cloud Backup
เนื่องจากเป็นการเก็บข้อมูลบน cloud จึงทำให้สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้่ ขอแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต เป็นต้น
- มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
Cloud Backup มีระบบการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระในการจัดการของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น หากมีการแก้ไขหรือเพิ่มไฟล์ใหม่ ระบบจะทำการสำรองข้อมูลให้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าซ้ำ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้ว่าต้องการให้สำรองถี่แค่ไหน หรือ มีเงื่อนไขในกำสำรองข้อมูลแบบใด
- ปรับเพิ่ม-ลดขนาดพื้นที่จัดเก็บได้
ระบบ Cloud Backup สามารถปรับเพิ่มหรือลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น หากธุรกิจมีการขยายตัวและต้องการพื้นที่มากขึ้น ผู้ใช้สามารถอัปเกรดแผนบริการได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
- ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะสูญหาย
เพราะการใช้ Cloud Backup ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลได้มากกว่าการเลือกสำรองข้อมูลในฮาร์ดแวร์ส่วนตัว ที่เสี่ยงต่อการเสียหายหรือเสื่อมสภาพ
และเมื่อพูดถึง Cloud Backup หนึ่งในรูปแบบการสำรองข้อมูลแบบ Cloud ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนั่นคือแบบ Cloud-to-Cloud (C2C) ที่เน้นการโอนถ่ายหรือสำรองข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการคลาวด์สองแห่ง เช่น การสำรองข้อมูลอีเมล ไฟล์ หรือเอกสารจาก Google Drive ไปยัง Dropbox หรืออีกกรณีคือการที่แอปพลิเคชันต่างๆ ที่เป็น SaaS (Software as a Service) ก็มักใช้การสำรองข้อมูลแบบ C2C เพราะสามารถสำรองข้อมูลไปยังหลายแหล่งได้พร้อมๆ กัน ซึ่งมีข้อดีในส่วนของผู้ให้บริการแอปพลิเคชันตรงที่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการปกป้องข้อมูล และในด้านผู้ใช้งานแอปฯ ก็สามารถเรียกใช้ข้อมูลจาก Cloud Server ที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องติดต่อกับ Server หลักของแอปฯ นำมาซึ่งข้อดีในการลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล และลดปัญหา Server ล่มจากการมีผู้เรียกใช้ข้อมูลพร้อมกันจำนวนมากอีกด้วย
Disaster Recovery คืออะไร?
ผู้ให้บริการ Cloud Backup ส่วนใหญ่ จะมีระบบที่เรียกว่า Disaster Recovery ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นฟูการดำเนินงานได้หลังเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น หากระบบของผู้ใช้งานไม่สามารถทำงานได้การโจมตีทางไซเบอร์หรือภัยธรรมชาติ Disaster Recovery จะช่วยสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติ และช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาใช้งานข้อมูลตรงนี้ได้ เมื่อระบบที่เสียหายกลับมาเป็นปกติ
กระบวนการทำงานของ Cloud Backup
Cloud Backup มีกระบวนการทำงานโดยทั่วไปตามขั้นตอนนี้
- ผู้ใช้งานเลือกข้อมูลที่ต้องการสำรอง:
ผู้ใช้งานสามารถระบุข้อมูลหรือโฟลเดอร์ที่ต้องการสำรอง เช่น ไฟล์งานสำคัญ ฐานข้อมูล หรือรูปภาพ
- เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์:
ทำการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของผู้ให้บริการ เช่น AWS, Google Drive หรือ Dropbox
- ระบบทำการเข้ารหัสข้อมูล:
ก่อนการอัปโหลด ข้อมูลจะถูกเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
- การอัปโหลดข้อมูล:
ข้อมูลจะถูกอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์คลาวด์โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล:
หลังการอัปโหลด ระบบจะตรวจสอบว่าไฟล์ทั้งหมดถูกสำรองอย่างสมบูรณ์และไม่มีข้อมูลสูญหาย
แต่ในส่วนของรูปแบบการ Backup ข้อมูลบน Cloud ในส่วนของการทำงานของระบบ จะมีรูปแบบทำงานหลักๆ อยู่ 2 แบบ นั่นคือ
- การคัดลอกอย่างต่อเนื่อง (Continuous Backup)
ระบบจะทำการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงหรืออัปเดตไฟล์ใหม่ในระบบต้นทาง เช่น หากมีการเพิ่มไฟล์ใหม่หรือแก้ไขไฟล์เดิม ระบบจะตรวจจับและทำการสำรองข้อมูลในทันที
ข้อดีของการคัดลอกอย่างต่อเนื่อง:
- ลดความเสี่ยงของการสูญเสียข้อมูลในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกระทันหัน เช่น ไฟล์หายหรือระบบล่ม
ตัวอย่างการใช้งาน:
- บริษัทที่มีการจัดการข้อมูลลูกค้าผ่านระบบ CRM และต้องการเก็บข้อมูลล่าสุดเสมอ หรือ
การสำรองไฟล์เอกสารในแผนกงานที่มีการปรับปรุงข้อมูลบ่อยครั้ง
- การคัดลอกตามเวลา (Scheduled Backup)
เป็นการตั้งเวลาสำรองข้อมูลเป็นรอบที่กำหนด เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเวลาที่เหมาะสมได้ เช่น ช่วงเวลาที่ระบบไม่ได้ใช้งานหนัก หรือหลังสิ้นสุดวันทำงาน เป็นต้น
ข้อดีของการคัดลอกตามเวลา:
- ลดการใช้ทรัพยากรของระบบในช่วงเวลาที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
- ให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและวางแผนการสำรองข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างการใช้งาน:
- ธุรกิจขนาดเล็ก หรืองานที่มีข้อมูลเพิ่มขึ้นในปริมาณคงที่ และไม่จำเป็นต้องสำรองข้อมูลทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การสำรองไฟล์เอกสารบัญชีที่มีรอบการนำเข้าข้อมูลชัดเจน
ข้อดีของการใช้ Cloud Backup
- พร้อมใช้งานในทันที
Cloud Backup ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ “เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลา” และ “ทุกอุปกรณ์” ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจากสำนักงาน บ้าน หรือระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะในยุคที่การทำงานแบบ Work From Anywhere เป็นเรื่องปกติ
- ลดค่าใช้จ่าย
Cloud Backup ช่วยประหยัดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การลงทุนในฮาร์ดแวร์ (Hard Drive หรือ Server) และซอฟต์แวร์เฉพาะทาง รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบในระยะยาว
- ความยืดหยุ่นด้านพื้นที่จัดเก็บ
พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloub Backup สามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการ เช่น หากมีการขยายขอบเขตการทำงานและต้องการจัดเก็บข้อมูลเพิ่ม สามารถเพิ่มพื้นที่ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาในการติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่
- การรักษาความปลอดภัย
Cloud Backup ใช้การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการส่งผ่านและการจัดเก็บ ทำให้ข้อมูลปลอดภัยจากการถูกดักจับหรือโจมตี โดยทั่วไปแล้วผู้ให้บริการ จะมีระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน เช่น การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (Multi-factor Authentication) และยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
- การกู้คืนข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ในกรณี เช่น ระบบล่มหรือข้อมูลเสียหาย ผู้ใช้งานสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาการหยุดชะงักในการทำงาน
ข้อควรระวังสำหรับการใช้งาน Cloud Backup
แม้ว่า Cloud Backup จะมีข้อดีมากมาย แต่ผู้ใช้งานควรพิจารณาข้อควรระวังเหล่านี้ก่อนการเลือกใช้งาน
- ต้องใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
การสำรองข้อมูลขนาดใหญ่และการกู้คืนข้อมูลอาจใช้เวลาและต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หากความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอ อาจทำให้กระบวนการล่าช้าหรือเกิดปัญหา
- ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
ต้องพิจารณาเลือกใช้งาน Cloud Backup จากผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือสูง เช่น มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่างครบครัน มีระบบสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น
การใช้งาน Cloud Backup ปลอดภัยหรือไม่?
Cloud Backup ถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูง โดยทั่วไปแล้ว ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มักมีมาตรการความปลอดภัยทั่วไป เช่น
- การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)
- ระบบการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง
- การสำรองข้อมูลซ้ำในหลายศูนย์ข้อมูล
แต่ทั้งนี้ การใช้ Cloud Backup ก็อาจมีโอกาสเสี่ยงอยู่บ้างในการถูกโจมตี หรือในกรณีที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยคือฮาร์ดแวร์ของผู้ให้บริการเสียหาย แต่ด้วยการใช้งานทั่วไป รวมถึงการใช้งานในระดับองค์กรแล้ว Cloud Backup ก็ยังถือว่ามีความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้
Cloud Backup สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร
Cloud Backup เป็นระบบสำรองข้อมูลที่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัล ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยเชื่อถือได้ ข้อดีได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ความยืดหยุ่น และการกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงต้องมั่นใจว่าอินเทอร์เน็ตของตนมีความเร็วเพียงพอเพื่อใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับท่านที่มีความสนใจ อยากพลิกโฉมธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกให้กับธุรกิจด้วย Cloud Computing SiS คือตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit และเป็น Distributor รายแรกของประเทศไทย มี Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ
ให้ SiS เป็นอีก 1 ตัวช่วยที่ทำให้คุณเริ่มต้นธุรกิจ Cloud ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น