EC2 คืออะไร? เจาะลึกบริการ Cloud Server ตัวหลักของ AWS

EC2 คืออะไร

EC2 คืออะไร? ทำความรู้จักกับ Cloud Server ที่ธุรกิจทั่วโลกไว้ใจ

Amazon EC2 คือ หนึ่งในบริการ Cloud Server จาก AWS ที่มีบทบาทในโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่าง EC2 เชื่อว่ามีใครหลายคนกำลังพิจารณาเพื่อนำมาใช้เป็นโซลูชันให้กับโปรเจกต์ของตัวเอง แต่ก่อนจะตัดสินใจ อยากพาไปดูกันว่า ภาพรวมของบริการนี้คืออะไร และมีจุดเด่นรวมถึงรูปแบบการชำระเงินและการใช้งานอย่างไรบ้าง

Amazon EC2 คืออะไร?

EC2 ( Elastic Compute Cloud) คือ บริการ Cloud Server จาก AWS ที่เป็น Infrastructure as a Service (IaaS) ที่ให้เราเข้าไปใช้ Server ได้ตามต้องการ โดย EC2 มีจุดเด่นในการปรับเปลี่ยนขนาดของ Instance ได้หลากหลายตามรูปแบบที่ AWS มีจัดไว้ให้ รวมถึงมี Price plan ให้เลือกหลายระดับ และยังมีแบบ Free tier ด้วย จึงทำให้เป็นที่นิยมสำหรับการนำไปใช้งานที่หลากหลายเช่น การทำเป็นโฮสต์ Website, Database, Application เป็นต้น

ECS กับ EC2 ต่างกันอย่างไร

Amazon ECS (Elastic Container Service) และ EC2 เป็นบริการคลาวด์ของ AWS ที่ใช้สำหรับรันแอปพลิเคชัน แต่มีความแตกต่างกันในด้านการจัดการและความสะดวก:

  • ECS คือ บริการจัดการคอนเทนเนอร์ที่ช่วยให้รันแอปพลิเคชันในรูปแบบคอนเทนเนอร์ได้ง่ายขึ้น โดย AWS จะจัดการเรื่องการสเกลและการจัดสรรทรัพยากรให้ ทำให้ไม่ต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์โดยตรง

EC2 คือ เซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ให้ผู้ใช้ควบคุมทุกอย่างเอง ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ การติดตั้งซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการปรับขยายทรัพยากร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

เหตุผลที่ Amazon EC2 ได้รับความนิยม

EC2 มี Instance หลายประเภทซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การใช้งานทั่วไป (General Purpose)
  • การใช้พลังประมวลผลสูง (Compute Optimized)
  • การใช้หน่วยความจำมาก (Memory Optimized)
  • การใช้พื้นที่จัดเก็บปริมาณมาก (Storage Optimized)

และยังมีอีกมากกว่า 750 Instances รวมถึงในหลายๆ Instance ยังรองรับ Bare Metal Instances ซึ่งทำให้โปรเจกต์ของคุณเข้าถึงหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำของเซิร์ฟเวอร์ได้โดยตรงอีกด้วย

ซึ่งข้อดีตรงนี้ทำให้การทำงานของคุณบน EC2 มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้ดี ง่ายดายและจัดการต้นทุนได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติและฟังก์ชันการใช้งานของ Amazon EC2

ก่อนเริ่มใช้งาน EC2 คุณจำเป็นที่จะต้องรู้จักกับคุณสมบัติและฟังก์ชันเบื่องต้นของ EC2 ก่อนว่าแต่ละอย่างทำหน้าที่อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นคุณต้องทำความเข้าใจก่อนมีดังนี้

Spot Instances คืออะไร

Spot Instances คือหน่วยเซิร์ฟเวอร์สำหรับประมวลผลของ EC2 ที่สามารถเช่าได้ในราคาถูก โดยใช้ทรัพยากรที่ไม่ได้ถูกใช้งานเต็มที่จาก AWS เหมาะสำหรับงานที่ยืดหยุ่น เช่น การประมวลผลแบบ Batch หรือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

ในการใช้งานขั้นตอนแรก จะต้องมีการสร้าง Instance และกำหนดตัวเลือกต่าง ๆ เช่น AMI (Amazon Machine Image), ประเภท instance, ขนาด volume, tag เป็นต้น ซึ่ง Spot Instance มีหลายประเภทให้เลือกตามความต้องการใช้งาน

AMI

AMI หรือ Amazon Machine Image เป็น Template ในการกำหนดค่าต่างๆ เช่น ระบบปฏิบัติการ, แอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ หรือซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการเปิดใช้งาน Instance ฟังก์ชัน AMI จะช่วยให้คุณสามารถสร้าง Instance หลายอันที่มีค่ากำหนดแบบเดียวกันได้

Instance type

Instance Type เป็นประเภทของ Instance ที่คุณสามารถเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการได้ เช่น ด้าน CPU, หน่วยความจำ, พื้นที่จัดเก็บ หรืออื่นๆ เพื่อให้การเลือกสร้าง Instance นั้นๆ เหมาะกับการใช้งานของโปรเจกต์และส่งผลต่อการประหยัดต้นทุนด้วย

และ Instance แต่ละประเภท ยังมี Burstable Performance หรือความสามารถในการขยายประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนขนาด Instance เฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการได้ ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้อีก แต่ Instance ที่สามารถ Burst ได้คือ Instance ประเภท T ได้แก่ T4g, T3a, T3 และ T2

*คุณสามารถสังเกตประเภทของ Instance ได้จากชื่อ เช่น t3.xlarge หรือ m8g.medium โดยประเภทของ Instance จะอยู่ด้านหน้า ก่อนเครื่องหมาย “.”

Storage

ในแต่ละ Instance จะประกอบไปด้วย พื้นที่จัดเก็บภายใน และ พื้นที่จัดเก็บภายนอก สำหรับพื้นที่่จัดเก็บภายในจะมี Disk type และขนาดที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทอินสแตนซ์ ส่วนพื้นทีจัดเก็บภายนอกนั้น มีให้เลือกหลากหลาย เช่น EBS, S3, EFS ซึ่งจะมีรูปแบบการจัดเก็บที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะแบบ Block, Object หรือ File คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการใช้งานและรูปแบบของโปรเจกต์

Network

ในการใช้ EC2 คุณสามารถใช้ Virtual Network ของ AWS ที่มีชื่อว่า AWS VPC (Amazon Virtual Private Cloud) ให้คุณสามารถแบ่งพื้นที่สำหรับสร้าง Instance โดยการแยก Subnet ได้หลาย Subnet รวมถึงสามารถตั้งค่า Availability Zone ได้หลายอันเช่นกัน ทำให้การเชื่อมต่อใช้งานภายในมีความสะดวกและรวดเร็ว ลดความหน่วงในการส่งผ่านข้อมูล แต่หากต้องการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลจากบนอินเตอร์เน็ต จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Internet gateway เข้ากับ Subnet นั้นๆ ก่อน

Security

โดยทั่วไปแล้ว การให้บริการของ AWS รวมถึง EC2 จะเป็นไปตาม Shared Responsibility Model หรือ แผนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง AWS และผู้ใช้งาน หรือก็คือ

ความปลอดภัยของ Infrastructure - AWS มีหน้าที่รับผิดชอบการปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมอบบริการด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้กับผู้ใช้งาน

ความปลอดภัยของระบบภายในคลาวด์ - ผู้ใช้มีหน้าที่ในการจัดการความปลอดภัยด้วยตนเองในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. การควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายไปยัง Instance ของคุณ เช่น ผ่านการกำหนดค่า VPC และกลุ่มความปลอดภัยของคุณ
  2. การจัดการข้อมูลประจำตัวที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับ Instance ของคุณ
  3. การจัดการระบบปฏิบัติการของ Guest และซอฟต์แวร์ที่ปรับใช้กับระบบปฏิบัติการของ Guest รวมถึงการอัปเดตและแพตช์ความปลอดภัย
  4. การกำหนดค่าบทบาทให้กับ Instance และสิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับบทบาทเหล่านั้น ว่าใครหรือ Instance ไหน สามารถเข้าถึง Instance อื่นๆ ของคุณได้มากน้อยเพียงใด

โดยผู้ใช้งานสามารถใช้เครือข่าย ACL (Network Access Control List) สำหรับการกำหนดสิทธิห้ามเข้าถึง และ Security group สำหรับกำหนดสิทธิในการเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ด้านความปลอดภัยเช่น IAM ในการจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้งานหรือ Instance ในการเข้าถึง Instance อื่นๆ

วิธีเริ่มต้นใช้งาน Amazon EC2 เบื้องต้น

  1. สมัครสมาชิก AWS ที่ https://aws.amazon.com/
  2. ทำการ Log in เข้าสู่ระบบ โดยการ Login มี 2 แบบคือ Root หรือเจ้าของบัญชี และ IAM คือ User ที่สร้างขึ้นโดย Root
  3. กดเลือกบริการ EC2 ที่หน้า Console Home
  4. กด Launch Instance
  5. ทำการตั้งชื่อ, เลือกระบบปฏิบัติการและ AMI ที่ตรงกับความต้องการใช้งาน
  6. กำหนด CPU, RAM, Storage และ OS ที่ต้องการใช้
  7. สร้าง Key Pair สำหรับเชื่อมต่อ Instance ผ่าน SSH
  8. ตั้งค่า Security Group
  9. กด Launch Instance

หลังจากนั้นคุณสามารถเริ่มใช้งาน Instance ที่สร้างขึ้นได้ทันที หรือสามารถกลับมาสร้าง Instance เพิ่มได้ที่หน้า Console Home

ข้อดีของ Amazon EC2

  1. ความยืดหยุ่นสูง: ผู้ใช้สามารถเลือกประเภท Instance ขนาด ความสามารถด้านการประมวลผล และระบบปฏิบัติการได้ตามต้องการ ทำให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามการใช้งาน
  2. ปรับขนาดอัตโนมัติ: รองรับการปรับขนาดการใช้งานตามความต้องการ ซึ่งสามารถขยายหรือลดขนาดได้ตามปริมาณการใช้งาน
  3. การสำรองข้อมูลและความปลอดภัย: AWS มีระบบการสำรองข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง มีฟีเจอร์ Snapshot สำหรับสำรองข้อมูล รวมถึงการรักษาความปลอดภัยด้วยการตั้งค่าผ่าน Security Groups
  4. ต้นทุนคุ้มค่า: ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีการจ่ายเงินได้หลายแบบ เช่น On-demand, Reserved Instances, และ Spot Instances ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ดีและลดค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้งานในระยะยาว
  5. ใช้งานได้ทั่วโลก: AWS มีศูนย์ข้อมูล (Data Centers) อยู่ทั่วโลก ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกเซิร์ฟเวอร์ใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล
  6. ความเสถียรและความน่าเชื่อถือสูง: EC2 ได้รับการพัฒนาให้มีความเสถียรและเชื่อถือได้สูง สามารถทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด และมี SLA (Service Level Agreement) ที่รับรอง uptime สูงถึง 99.99%
  7. การจัดการและตรวจสอบการใช้งานง่าย: AWS มีเครื่องมือการจัดการและตรวจสอบระบบ เช่น Amazon CloudWatch ซึ่งช่วยตรวจสอบและติดตามการใช้งาน EC2 ได้แบบเรียลไทม์
  8. การผสานรวมกับบริการอื่นๆ ของ AWS: EC2 สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของ AWS เช่น S3, RDS, และ Lambda ได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถสร้างโซลูชันครบวงจรได้ง่าย

5 วิธีชำระค่าบริการ Amazon EC2 ในแบบต่าง ๆ

On-demand

เป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง โดยจะคิดค่าบริการตามชั่วโมงหรือวินาทีที่ใช้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ต้องผูกพันในระยะยาว และไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

Spot Instance

เป็นการประมูลราคาของ Instance ซึ่งเหมาะสำหรับงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถหยุดหรือเริ่มงานใหม่ได้เมื่อราคาต่ำลง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุดถึง 90% เมื่อเทียบกับการใช้งานแบบ On-Demand

Saving plans

เป็นแผนการชำระเงินที่ช่วยลดต้นทุนโดยยึดตามปริมาณการใช้งานต่อชั่วโมง ซึ่งไม่จำต้องคำนึงถึงขนาด Instance, ชนิดของ Operating Systems หรือ Regions ที่จะใช้งาน แต่ต้องกำหนดว่าจะใช้จำนวของ Compute เท่าไหร่ในช่วง 1 หรือ 3 ปี

Reserved Instances (RI)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผนการใช้งานระยะยาวและสม่ำเสมอ สามารถเลือกสัญญาได้ตั้งแต่ 1-3 ปี โดยสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 75% เมื่อเทียบกับการใช้งานแบบ On-Demand การชำระสามารถเลือกได้ 3 แบบ คือ

  • ชำระเต็มจำนวนล่วงหน้า (All Upfront)
  • ชำระบางส่วนล่วงหน้า (Partial Upfront)
  • ไม่ต้องชำระล่วงหน้า (No Upfront) และจ่ายรายเดือนตามที่กำหนด

Dedicated Hosts

วิธีการนี้ AWS จะจัดการใช้งานแบบ physical server ให้คุณใช้บริการ EC2 เลย เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูงและต้องการควบคุมทรัพยากรได้อย่างเต็มที่ คิดค่าบริการแบบรายชั่วโมงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการจองโฮสต์

ลองใช้ AWS ผ่าน Free Tier

Free Tier เป็นเงื่อนไขพิเศษของ AWS ที่ให้เราสามารถใช้บริการ EC2 ด้วย Instance ขนาดเล็ก (t2.micro) เป็นระยะเวลาทั้งหมด 750 ชั่วโมง / เดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง

สรุปสาระสำคัญ

EC2 คือบริการ Elastic Compute Cloud จาก AWS ที่มาในรูปแบบ Infrastructure as a Service (IaaS) มีจุดเด่นในการมีประเภท Instance ให้เลือกหลากหลาย ทำให้รองรับการใช้งานหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการทำ Web, Application, Database หรืออื่นๆ และช่วยประหยัดต้นทุนลงได้ด้วยการที่แต่ละ Instance สามารถปรับขยาย-ลดขนาดได้ ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่ลดลงเมื่อไม่ได้ต้องการใช้งานมากเท่าเดิม

หากคนมีความสนใจ อยากเลือกใช้ Amazon EC2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกให้กับธุรกิจของคุณ SiS คือตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit และเป็น Distributor รายเดียวของประเทศไทย มี Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ให้ SiS เป็นอีก 1 ตัวช่วยที่ทำให้คุณ เริ่มต้นธุรกิจ Cloud ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

Getting started with us, AWS starter kit Virtual Machine (VM)
Find a plan to streamline your workflows

Start 1 Month Free Trial for Any Services* No need to buy, Just try first!

ทดลองใช้งานฟรี