04 ธันวาคม 2567
AWS S3 คืออะไร? รู้จัก Object Storage Service จาก Amazon
Amazon S3 คือบริการจัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ (Object Storage ) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บและเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ตามต้องการ โดยมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและผู้ใช้ทั่วไป เช่น:
เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีทนทานสูง
พร้อมใช้งานตลอดเวลาและต่อเนื่อง
ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวก
มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
มีความสามารถในการปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของข้อมูล
ต้นทุนต่ำ และใช้โมเดลการจ่ายตามการใช้งานจริง
Amazon S3 จึงเป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับการจัดเก็บและบริหารข้อมูลทุกประเภท ตั้งแต่ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึง Big Data จำนวนมหาศาล
Object Storage Service คืออะไร
Object Storage Service คือ บริการจัดเก็บข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง หรือหากพูดให้เห็นภาพง่ายๆ เหมือนกับการที่เราเก็บ Object ทุกอย่างไว้ในพื้นที่กว้างๆ ไม่ได้มีการแยกโฟลเดอร์ หรือสร้าง Directory ของ Object แต่ละชิ้น จึงทำให้ไม่เกิดความซับซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล เพราะ Object ทุกชิ้นอยู่ที่เดียวกันหมด ส่วนวิธีการในการเรียกใช้ Object แต่ละชิ้น จะเป็นการเรียกจาก Metadata ที่เป็นข้อมูลระบุประเภทของ Object นั้นๆ ข้อดีของการเก็บข้อมูลแบบ Object Storage จึงเป็นการรองรับความจุได้จำนวนมากในระดับ Petabyte รวมถึงสามารถปรับเพิ่ม - ลดขนาดของพื้นที่จัดเก็บได้ตามความต้องการใช้งาน ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่ถูกลงได้ด้วย
ซึ่ง AWS S3 นั้นให้บริการ Object Storage Service ที่เป็นการสร้าง Bucket ไว้สำหรับจัดหมวดหมู่ข้อมูลในแต่ละโปรเจกต์ให้ไม่เกี่ยวข้องกัน และผู้ใช้งาน สามารถเลือกจัดเก็บ Object ลงใน Bucket ที่สร้างไว้ได้ รวมถึงการเลือกเปิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะ Bucket ให้บุคคลอื่นเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างอิสระ การที่เก็บข้อมูลแบบ Object Storage ด้วย AWS S3 จึงไม่เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้ข้อมูลทั้งหมดขององค์กรหรือธุรกิจถูกเข้าถึงในคราวเดียว เพราะข้อมูลถูกแยกจัดเก็บไว้ตามแต่ละ Bucket แล้วนั่นเอง
คุณสมบัติของ AWS S3
การจัดการและติดตามพื้นที่จัดเก็บ
S3 AWS มีโครงสร้างที่ Flat และไม่มีลำดับชั้น (non-hierarchical structure) รวมถึงมีฟีเจอร์ด้านการจัดการต่างๆ ที่สามารถจัดการและจัดเก็บข้อมูลได้ตามรูปแบบที่ต้องการตามขนาดองค์กรหรือประเภทอุตสาหกรรม โดย Object ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บใน bucket ของ AWS S3 และสามารถจัดระเบียบด้วย Prefix นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่ม “S3 object tag” ซึ่งเป็น key-value pairs ได้สูงสุด 10 คู่ และสามารถอัปเดตได้ตลอด ทำให้สามารถเรียกใช้ Object ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น หรือสามารถใช้ S3 Inventory Report เพื่อดึงรายงาน Object ที่มีอยู่ใน Bucket โดยสามารถกำหนดให้สร้าง Report เป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน
การวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล
S3 Storage Lens
S3 Storage Lens เป็นโซลูชันที่ช่วยวิเคราะห์และทำให้เห็นภาพรวมการใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขององค์กรได้ดีขึ้น ทั้งขนาดความจุที่ Object ใช้ หรือข้อมูลการเข้าถึง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งช่วยแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยและการควบคุมพื้นที่จัดเก็บเพื่อลดต้นทุนลง
S3 Storage Class Analysis
S3 Storage Class Analysis จะทำการสังเกตและวิเคราะห์รูปแบบการเข้าถึงข้อมูลใน Storage เพื่อช่วยแนะนำว่าควรย้ายข้อมูลไปยังพื้นที่จัดเก็บแบบใดให้เหมาะสมที่สุด เช่น การย้ายข้อมูลที่ถูกเข้าถึงหรือเรียกใช้งานน้อย ไปยังพื้นที่จัดเก็บที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือย้ายข้อมูลที่ถูกเข้าถึงบ่อยครั้งมายังพื้นที่จัดเก็บที่มี Latency ต่ำลงเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่าให้ Storage Class Analysis วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดใน Bucket หรือเลือกวิเคราะห์เฉพาะได้ เช่น ตาม Prefix หรือแท็ก เป็นต้น
คลาสของพื้นที่จัดเก็บ
AWS S3 ช่วยให้คุณสามารถจัดเก็บข้อมูลใน Class หลากหลายซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในกรณีต่าง ๆ และรูปแบบการเข้าถึงที่เฉพาะเจาะจง เช่น ความต้องการเรียกใช้งานบ่อย, ความต้องการเก็บข้อมูลถาวร, ความต้องการสำรองข้อมูล เป็นต้น
Class ของพื้นที่จัดเก็บที่ AWS S3 ได้แก่ S3 Intelligent-Tiering, S3 Standard, S3 Express One Zone, S3 Standard-Infrequent Access (S3 Standard-IA), S3 One Zone-Infrequent Access (S3 One Zone-IA), S3 Glacier Instant Retrieval, S3 Glacier Flexible Retrieval, S3 Glacier Deep Archive, และ S3 Outposts (*ข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2024)
การจัดการสิทธิ์เข้าถึงและการรักษาความปลอดภัย
ในเริ่มแรก ทุก Bucket ที่คุณสร้าง จะมีค่าเริ่มต้นเป็น Private และมีเพียงเจ้าของข้อมูลเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งใน AWS S3 จะมีฟีเจอร์ที่จัดการการเข้าถึงต่างๆ ที่สามารถกำหนดขอบเขตการเรียกใช้งาน Object ได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมี S3 Access Points ที่ทำให้จัดการการเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ร่วมกันได้ง่ายขึ้น โดยการสร้าง Access Point พร้อมชื่อและสิทธิ์ที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละแอปพลิเคชันที่เข้าถึงข้อมูลของคุณ
ส่วนในด้านความปลอดภัยของข้อมูล AWS S3 รองรับการเข้ารหัสจากทั้งฝั่ง Server และ Client ในการอัปโหลดข้อมูล รวมถึงสามารถใช้ VPC ซึ่งเป็น Private Cloud ในการเชื่อมต่อข้อมูลจาก AWS S3 กับระบบภายในองค์กรโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูล และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีกมากมายที่ช่วยปกป้องข้อมูลในกรณีไม่คาดคิด เช่นอุบัติเหตุ ภัยพิบัติด้วยเช่นกัน
การประมวลผลข้อมูล
S3 Object Lambda เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การประมวลผลข้อมูลภายในพื้นที่จัดเก็บง่ายยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถเขียนคำสั่ง เพื่อใช้ในการกรองแถวข้อมูล, ปิดข้อมูลที่เป็นความลับ, แก้ไข Metadata หรืออื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้การเรียกใช้ข้อมูลมาในรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งาน
การสืบค้นในตัว
AWS S3 สามารถใช้งานร่วมกับบริการอื่นๆของ AWS อย่าง Amazon Athena และ Amazon Redshift Spectrum ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถเรียกดูข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในแพลตฟอร์มหรือ Data Warehouse อื่น รวมถึงสามารถใช้งานด้วยคำสั่ง SQL ได้อีกด้วย
การถ่ายโอนข้อมูล
ในกรณีที่ต้องมีการถ่ายโอนข้อมูล AWS S3 มีบริการที่หลากหลายสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลเพื่อให้ตรงกับความต้องการ
AWS Storage Gateway เป็นบริการ Hybrid Cloud ที่ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อเซิฟเวอร์ On-Premise องค์กรเข้ากับเซิฟเวอร์ On-cloud ของ AWS S3 เพื่อให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลบางส่วนไปยังพื้นที่จัดเก็บที่สามารถแชร์ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่เหลือได้
AWS DataSync บริการที่ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมากง่ายขึ้น ผ่าน SFTP, FTPS, และ FTP และยังมีบริการที่ช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูลจากระยะไกลมีความรวดเร็วขึ้น
AWS Snow Family ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานที่ที่มีการเชื่อมต่อจำกัด โดยการใช้อุปกรณ์ที่รองรับการประมวลผล โอนย้ายข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ยากหรือไม่ได้เลย ให้สามารถโอนย้ายแบบออฟไลน์ได้
การแลกเปลี่ยนข้อมูล
AWS Data Exchange for Amazon S3 คือบริการที่ทำให้ผู้ใช้งานจากภายนอก สามารถค้นหาและนำข้อมูลมาใช้สำหรับการวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องสร้างหรือทำสำเนาใหม่ใน Bucket ของตนเอง ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจาก AWS S3 ที่มีอยู่เมื่อได้รับสิทธิ์การเข้าถึงจากเจ้าของ พร้อมทั้งเรียกดู วิเคราะห์ข้อมูลที่ล่าสุดได้ทันที
AWS S3 ทำงานอย่างไร สามารถใช้ในรูปแบบใดได้บ้าง?
AWS S3 มีหน้าที่หลักในการเป็น Cloud Storage ที่ใช้เก็บข้อมูลในรูปแบบ Object ซึ่งวิธีการทำงานในฝั่งผู้ใช้งานนั้นมีความเรียบง่ายไม่ต่างจากการเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่น เพียงแต่ในด้านระบบการจัดเก็บ จะเป็นการจัดเก็บใน Bucket ตามที่ได้กล่าวไว้ด้านบน ซึ่งนอกจากจัดเก็บข้อมูลแล้ว AWS S3 ยังมีรูปแบบการใช้งานอื่นๆ ดังนี้
สร้างที่จัดเก็บข้อมูลดิบ - เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ Big Data เทรน AI, Machine Learing หรือนำไปประมวลผล นอกจากนี้ยังใช้ในการสร้าง Data Lake ที่ใช้เก็บข้อมูลหลายรูปแบบจากหลายแหล่งได้เช่นกัน
สำรองและกู้คืนข้อมูลสำคัญ - เป็นโซลูชันในการสำรองข้อมูลบนคลาวด์เพื่อแทนที่วิธีการสำรองข้อมูลเดิมๆ ที่อาจเสี่ยงต่อการสูญหายของข้อมูล ทำให้ง่ายต่อการกู้คืนยิ่งขึ้น
จัดเก็บข้อมูลถาวรด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด - คลาสพื้นที่จัดเก็บอย่าง Amazon S3 Glacier ช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลถาวรได้อย่างคงทนและสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่ต้องใช้ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำลงด้วย
เรียกใช้แอปพลิเคชันแบบ Cloud-Native - แอปพลิเคชันที่เป็น Cloud-Native ที่จัดเก็บข้อมูลบน AWS S3 จะทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการเรียกใช้ข้อมูลและการอัปโหลด ช่วยให้แอปพลิเคชันสามารถอัปเดตฟีเจอร์และบริการใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น
ประเภทของคลาสพื้นที่จัดเก็บ AWS S3
1. S3 Standard
S3 Standard เป็นประเภทพื้นที่จัดเก็บที่มีความคงทนสูง และรองรับการเข้าถึงข้อมูลบ่อยๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Latency ที่ต่ำ และอัตราความเร็วการรับส่งข้อมูลสูง ทำให้ S3 AWS แบบ Standard เหมาะกับการใช้ในกรณีที่หลากหลาย เช่น แอปพลิเคชัน Cloud-Native, Dynamic Website, เกม เป็นต้น
จุดเด่นของ S3 Standard
ใช้ได้หลากหลายกรณี โดยเฉพาะการใช้งานที่ต้องเรียกข้อมูลบ่อยๆ
Latency ต่ำ อัตราการส่งข้อมูลสูง
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
2. S3 Intelligent-Tiering
S3 Intelligent-Tiering เหมาะกับการเป็นคลาสพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจในช่วงเริ่มต้น เพราะมีการเลือกจัดเก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติไปยังชั้นต่างๆ ตามความถี่ในการเรียกใช้ข้อมูลนั้นๆ แบบราย Object และไม่มีค่าธรรมเนียมในการย้ายข้อมูล จึงช่วยลดต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูลลงได้ และยังเหมาะกับการทำงานเกือบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการทำ Data Lake, แอปพลิเคชัน และการทำ Data Analytics
จุดเด่นของ S3 Intelligent-Tiering
Latency ต่ำ อัตราการส่งข้อมูลเทียบเท่า S3 Standard
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการย้ายชั้นการเก็บข้อมูล
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
3. S3 Standard-IA
สำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ได้มีความถี่ในการเรียกใช้สูง การเลือกคลาส S3 Standard-IA เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติด้านความคงทน ความรวดเร็วที่เทียบเท่ากับ S3 Standard แล้ว S3 Standard-IA ยังมีค่าใช้จ่ายต่อ GB และค่าธรรมเนียมในการดึงข้อมูลที่ต่ำกว่า ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่เป็นการจัดเก็บระยะยาวแต่เมื่อต้องการเรียกใช้งานก็สามารถเรียกได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสำรองข้อมูลและกู้คืนในกรณีที่จำเป็นด้วย
จุดเด่นของ S3 Standard-IA
เข้าถึง เรียกใช้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
Latency ต่ำ อัตราการส่งข้อมูลเทียบเท่า S3 Standard
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
4. S3 One Zone-IA
Amazon S3 One Zone-IA เป็นบริการจัดเก็บข้อมูลที่เหมาะสำหรับข้อมูลที่เข้าถึงไม่บ่อยนัก แต่ต้องการการเข้าถึงอย่างรวดเร็วเมื่อจำเป็น S3 One Zone-IA แตกต่างจาก S3 Storage คลาสอื่น ๆ ตรงที่เก็บข้อมูลในหนึ่ง Availability Zone (AZ) เท่านั้น แม้ว่าความคงทนในการจัดเก็บจะต่ำลง แต่ก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าประมาณ 20% เมื่อเปรียบเทียบกับ S3 Standard-IA
จุดเด่นของ S3 One Zone-IA
จัดเก็บข้อมูลใน 1 AZ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำลง
Latency ต่ำ อัตราการส่งข้อมูลเทียบเท่า S3 Standard
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
5. S3 Glacier Instant Retrieval
S3 Glacier Instant Retrieval เป็นคลาสการจัดเก็บข้อมูลแบบ Archive ที่ออกแบบมาเพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลมีต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับข้อมูลที่มีอายุยาวนานและมีการเข้าถึงน้อยครั้ง เช่น ภาพถ่ายทางการแพทย์ สื่อข่าว หรือข้อมูลที่เรียกใช้นานๆ ครั้ง อย่างรายไตรมาส หรือรายปี
จุดเด่นของ S3 Glacier Instant Retrieval
เหมาะกับการจัดเก็บถาวร แต่สามารถเรียกใช้ได้ทันที
Latency ต่ำ อัตราการส่งข้อมูลเทียบเท่า S3 Standard
ต้นทุนการจัดเก็บต่ำกว่า S3 Standard-IA 68% (กรณีเรียกใช้ข้อมูลไตรมาสละครั้ง)
6. S3 Glacier Flexible Retrieval
S3 Glacier Flexible Retrieval เป็นคลาสการจัดเก็บข้อมูลที่มีต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับข้อมูลถาวรที่มีการเข้าถึง 1-2 ครั้งต่อปี และต้องการการเรียกคืนข้อมูลแบบ Asynchronous โดยมีต้นทุนที่ต่ำกว่าคลาส S3 Glacier Instant Retrieval ถึง 10% และเหมาะกับการใช้งานกรณีสำรอง - กู้คืนข้อมูล ในเหตุไม่คาดคิด
จุดเด่นของ S3 Glacier Flexible Retrieval
ต้นทุนต่ำ
รองรับการเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการจัดเก็บ
ปรับแต่งเวลาในการเรียกคืนข้อมูลได้ตั้งแต่นาทีไปจนถึงชั่วโมง
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
7. S3 Glacier Deep Archive
S3 Glacier Deep Archive เป็นคลาสการจัดเก็บข้อมูลที่มีต้นทุนต่ำที่สุดของ Amazon S3 ซึ่งออกแบบมาเพื่อการเก็บรักษาในระยะยาวสำหรับข้อมูลที่อาจถูกเข้าถึงเพียงปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมสูง เช่น บริการทางการเงิน สุขภาพ และภาคสาธารณะ ซึ่งต้องการเก็บรักษาชุดข้อมูลเป็นระยะเวลา 7-10 ปี หรือมากกว่านั้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กรหรือกฎหมาย
จุดเด่นของ S3 Glacier Deep Archive
ต้นทุนต่ำมากที่สุดของ AWS S3
เรียกคืนข้อมูลได้ภายใน 12 ชั่วโมง
ออกแบบมาให้มี Availability SLA ถึง 99.9%
8. S3 on Outposts
S3 on Outposts เป็นการติดตั้ง Infrastructure และบริการของ AWS S3 ไว้ในพื้นที่องค์กรของคุณเอง เพื่อให้การเก็บข้อมูลมีความเป็นส่วนตัวสูงขึ้น แต่ก็ยังสามารถใช้บริการ เครื่องฟีเจอร์ต่างๆ และ API ของ AWS ได้เช่นกัน เป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการบริหารจัดการที่ง่ายดายจากบริการของ AWS ไว้ด้วยกัน และสามารถเลือก Form Factor ได้หลากหลาย ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ Outposts แบบ 1U และ 2U ไปจนถึงตู้แร็ค Outposts แบบ 42U รวมถึงการปรับใช้งานตู้แร็คหลายตัว
จุดเด่นของ S3 on Outposts
จัดการ Bucket ผ่าน S3 SDK ได้
ออกแบบมาให้รองรับข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อน
ใช้การเข้ารหัสข้อมูลแบบ SSE-S3 และ SSE-C
การรักษาความปลอดภัยและการจัดการสิทธิ์เข้าถึงของ AWS S3
AWS S3 มีค่าเริ่มต้นในการสร้าง Bucket เป็นแบบ Private และยังมีเพียงผู้ที่เป็นเจ้าของเท่านั้นที่สามารถปรับแต่งสิทธิ์การเข้าถึงให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยในการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของ AWS S3 มีด้วยกันหลายแบบ เช่น
AWS Identity and Access Management (IAM) : สร้างผู้ใช้และจัดการการเข้าถึง
Access Control Lists (ACLs) : ทำให้ Object แต่ละชิ้นสามารถเข้าถึงได้โดยผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
Bucket Policies : กำหนดสิทธิ์สำหรับ Object ทั้งหมดภายใน Bucket เดียว
Query String Authentication : ให้การเข้าถึงชั่วคราวแก่ผู้อื่นด้วย URL ชั่วคราวที่มีเวลาจำกัดในการเข้าใช้งาน
AWS S3 ยังรองรับ Audit Logs ซึ่งจะบันทึกข้อมูลว่าใครเข้าถึงข้อมูลใดบ้าง การใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยข้อมูลใน S3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป AWS S3 คืออะไร เหมาะกับธุรกิจใดบ้าง
AWS S3 คือ บริการเก็บข้อมูลแบบ Object Storage ที่รองรับรูปแบบการใช้งาน และมีคลาสพื้นที่จัดเก็บให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมกับทุกธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ สามารถรองรับการขยายพื้นที่จัดเก็บได้จำนวนมาก มีความสะดวกในการเรียกใช้ข้อมูลสูง เหมาะกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อใช้วิเคราะห์ ไปจนถึงการสร้างแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันที่เป็น Cloud Native
AWS S3 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรของคุณได้ หากคุณมีความสนใจในบริการ AWS S3 ในราคาย่อมเยา ให้ SiS ช่วยหาโซลูชั่นในคุณ โดยเราคือ ตัวช่วยหลักในการเข้าถึง Service และ Benefit อีกทั้งยังเป็น Distributor รายเดียวในประเทศไทย พร้อม Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย ยินดีให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดต้นทุนให้กับองค์กรของคุณ