ในบทความนี้ SiS จะพาคุณไปเจาะลึกลักษณะการทำงานของ Public Cloud พร้อมทั้งแนะนำข้อดีและข้อเสียของระบบคลาวด์สาธารณะซึ่งเป็นตัวเลือกที่หลากหลายองค์กรไว้วางใจ
Public Cloud คืออะไร?
Public Cloud คือ การประมวลผลแบบคลาวด์ที่มีโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เป็นสาธารณะ โดยมีผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง Amazon Web Services (AWS) เป็นผู้ดูแลระบบและโครงสร้างทั้งหมด ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้จากทุกมุมโลกผ่านอินเทอร์เน็ต
การทำงานของ Public Cloud
จริงอยู่ที่ Public cloud คือ บริการคลาวน์ที่ให้หลายองค์กรสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันได้ แต่การทำงานของผู้ใช้แต่ละรายจะแยกจากกันอย่างอิสระและปลอดภัย อีกทั้งยังมีการเก็บค่าบริการแบบ Pay-as-you-go หรือ จ่ายตามการใช้งานจริง
ซึ่งผู้ใช้ Public Cloud สามารถควบคุมโครงสร้างพื้นฐานผ่านการเขียนโค้ด โดยที่ไม่ต้องจัดการกับอุปกรณ์จริง โดยองค์ประกอบสำคัญในการทำงานของ Public Cloud มีดังนี้
ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Public Cloud ซึ่งประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ในแต่ละจุดจะมีทีมผู้ดูแลอยู่ประจำเพื่อตรวจสอบ ติดตาม และดูแลระบบ โดยในปัจจุบัน AWS มี Physical Data Center มากถึง 125 จุด ครอบคลุมกว่า 31 AWS Regions
รวมไป Region ที่จะเปิดในไทยช่วงต้นปี 2025 โดยมี Data Center ถึง 7-9 จุด ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานในประเทศมี Latency ที่น้อยลง
Public Cloud คือ ตัวเลือกที่องค์กรและธุรกิจต่างๆ ใช้ในการลดต้นทุน และลดภาระทาง IT ลงไปได้ โดยความโดดเด่นหลักๆ ของ Public Cloud คือ การใช้งานที่สะดวกและความยืดหยุ่นที่ของตัวบริการ โดยเราสามารถสรุปข้อดีของ Public Cloud ได้ดังนี้
1. เริ่มต้นใช้งานได้ง่าย ใช้งานได้ทันที
ความง่ายในการใช้งาน เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นของ Public Cloud โดยเพียงแค่ลงทะเบียนและกรอกข้อมูลพื้นฐานก็สามารถเริ่มใช้ได้เลย เนื่องจาก Public Cloud มีระบบและการตั้งค่าที่ถูกกำหนดไว้แล้ว (pre-configurated) พร้อมต่อการใช้งาน ผู้ใช้จึงสามารถเลือกแพ็คเกจที่ต้องการและเริ่มใช้งานได้ในไม่กี่นาที
2. ความสามารถในการขยาย (Scalability)
คุณสมบัติในการลดหรือและเพิ่มขนาดของทรัพยากรเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติของ Public Cloud ที่ทำให้หลากหลายๆ เลือกใช้ โดยความยืดหยุ่นตรงนี้จะช่วยให้ผู้ใข้สามารถจัดขนาดของทรัพยากรไม่ว่าจะเป็น CPU, Server Instances, หรือ พื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการของธุรกิจ
3. มีทีมดูแลและจัดการระบบ
อีกหนึ่งข้อดีของ Public Cloud ก็คือ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกังวลในการจัดการกับระบบหลังบ้าน โดยผู้ให้บริการคลาวน์จะมีทีมไอทีที่คอยซัพพอร์ตและดูแลรักษาระบบ ซึ่งจะช่วยลดภาระและค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ในด้านไอทีไปได้เยอะ
4. ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย
ด้วยโมเดลการคิดค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as-you-go การเปลี่ยนมาใช้ Public Cloud ทำให้องค์กรสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายทางด้านไอทีได้มากขึ้น โดยผู้ใช้เพียงแค่ชำระค่าบริการในส่วนของทรัพยากรที่ใช้จริง และไม่มีการผูกมัดล่วงหน้า
ข้อเสียของ Public Cloud
ได้เรียนรู้ข้อดีของ Public Cloud ไปแล้ว ต่อมาเราจะมาสำรวจดูข้อเสียหรือข้อจำกัดกันบ้าง
เราสามารถสรุปได้ว่า Public Cloud คือบริการคลาวน์บนเซิร์ฟเวอร์สาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของความสะดวกในการใช้งาน ความสามารถในการขยายสูง และความยืดหยุ่นในการปรับแต่งที่ตอบโจทย์ธุรกิจส่วนใหญ่ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงทำให้ Public Cloud เป็นตัวเลือกได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากองค์กรทุกระดับชั้น
แต่ด้วยความเป็นระบบคลาวน์สาธารณะที่ผู้ใช้หลายรายสามารถเข้าถึงได้ และมีผู้ให้บริการเป็นคนจัดการระบบ Public Cloud จึงอาจสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้วย
อย่างไรก็ดี องค์กรไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เพียง Public Cloud อย่างเดียว โดยสามารเลือกการผสมผสานระหว่าง Public Cloud กับ Private Cloud ในรูปแบบ Hybrid Cloud หรือการใช้บริการ Public Cloud จากหลายผู้ให้บริการในรูปแบบ Multi-cloud ก็ได้ เพื่อจะช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์สูงสุดจากแต่ละแพลตฟอร์ม และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียว
หากคุณมีความสนใจ อยากเลือกใช้ Public Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกให้กับธุรกิจของคุณ SiS คือตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit และเป็น Distributor รายแรกของประเทศไทย มี Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ