ทำความรู้จัก Cloud Service ตัวช่วยธุรกิจแห่งยุคดิจิทัล

Cloud Service โซลูชันที่ธุรกิจในยุคดิจิทัลต้องการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลและประหยัดต้นทุนในด้าน IT บริการ Cloud ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงและจัดเก็บข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน และยังรองรับการขยายตัวของระบบได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง Cloud Service คือตัวเลือกสำคัญที่ควรพิจารณา แต่อะไรบ้างที่ควรพิจารณา? SiS มีคำตอบ

Cloud Service คืออะไร? 

Cloud Service คือบริการที่ใช้เทคโนโลยี Cloud ในการเก็บข้อมูลและประมวลผลโดยไม่ต้องพึ่งพาการจัดเก็บข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว โดยการทำงานของ Cloud Service เป็นการที่เราในฐานะ “ผู้ใช้บริการ” เช่าบริการจาก “ผู้ให้บริการ” ซึ่งบริการในที่นี้หมายถึง การเช่าทรัพยากร (Ram, CPU, Storage หรืออื่นๆ) การใช้ซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐาน ในการนำมาทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน นำมาทดสอบโปรเจ็กต์ต่างๆ หรือแม้แต่การนำมาทำเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลส่วนตัวหรือองค์กรก็ได้เช่นกัน ข้อดีของบริการ Cloud Service คือการที่สามารถเข้าถึงจากอุปกรณ์ใดก็ได้ เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

ปัจจุบัน การใช้งาน Cloud Service ได้รับความนิยมในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดเล็ก และมี Use case ให้เห็นมากมาย เช่น


  • แพลตฟอร์มสำหรับติดต่อสื่อสาร : เพื่อลดข้อจำกัดในการสื่อสารระยะไกล เช่น Zoom, Google Meet เป็นต้น
  • แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง : ที่ต้องการความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้า เช่น Netflix, HBO เป็นต้น
  • เซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจซอฟต์แวร์: อย่างเช่น Adobe ที่มี Creative Cloud ให้ผู้ใช้งานสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอินเตอร์เน็ต จากเดิมที่ต้องทำการลงซอฟต์แวร์ใหม่ด้วยตนเอง รวมถึงยังสามารถแชร์โปรเจกต์ผ่านระบบ Cloud Service ได้อีกด้วย 
  • ใช้ในการประมวลผลข้อมูล: โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เอง แต่สามารถใช้ Cloud Computing ในการช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้

ปัจจุบันตลาดของ Cloud Service กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการใช้งานในชีวิตประจำวัน การขยายตัวของบริการ Cloud Service นี้ได้สร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก รวมถึงการใช้งานในครัวเรือน เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น เช่น การจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ การใช้งานแอปพลิเคชันออนไลน์ การทำงานร่วมกันผ่านอินเทอร์เน็ต และการทำธุรกรรมออนไลน์ เป็นต้น

ประเภทของบริการ Cloud Computing มีอะไรบ้าง

Cloud Service มีอยู่หลักๆ 3 ประเภทตามความต้องการของผู้ใช้งานและความเป็นส่วนตัว ดังนี้:

Private Cloud

Private Cloud เป็น Cloud Service ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทำให้สามารถควบคุมและจัดการข้อมูลได้ตามความต้องการ และสามารถรักษาความปลอดภัยได้สูง เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลมากและมีข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยสูง ตัวอย่างเช่น สถาบันการเงิน ธนาคาร หรือหน่วยงานของรัฐบาล

Public Cloud

Public Cloud เป็นบริการที่เปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานโดยผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลระบบทั้งหมด ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ตามความต้องการ โดยไม่ต้องดูแลจัดการโครงสร้างพื้นฐานเอง Public Cloud มีข้อดีคือช่วยลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากเป็นบริการที่ใช้ร่วมกันระหว่างผู้ใช้หลายราย เช่น การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ผ่าน Google Drive, Dropbox เป็นต้น

Hybrid Cloud

Hybrid Cloud เป็นการผสมผสานระหว่าง Private Cloud และ Public Cloud ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมข้อมูลที่สำคัญภายในองค์กรได้ผ่าน Private Cloud ในขณะที่ข้อมูลที่ไม่สำคัญสามารถจัดเก็บใน Public Cloud ได้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย Hybrid Cloud จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานบริการ Cloud Computing หรือ Cloud Service 

ข้อดีของ Cloud Service

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย: การใช้บริการ Cloud Service ช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ที่มีราคาแพง และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ระบบนี้ทำให้ธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการจ่ายค่าบริการ Cloud Service มักจะเป็นแบบจ่ายตามการใช้งาน (Pay-as-you-go) ทำให้เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด
  • ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน: Cloud Service มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มลดทรัพยากรตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้เมื่อมีการเติบโต หรือปรับลดเมื่อไม่ต้องการใช้ทรัพยากรมากนัก
  • ลดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่ม: ระบบของ Cloud Service มักมีการสำรองข้อมูล ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาหากเซิร์ฟเวอร์ล่มหรือเกิดความผิดพลาด การใช้ Cloud Service จึงช่วยให้ข้อมูลของธุรกิจปลอดภัยและไม่สูญหายง่ายๆ
  • สะดวก: การใช้ Cloud Service ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่งผลให้การทำงานและการดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น
  • ปลอดภัย: ผู้ให้บริการ Cloud Service ส่วนใหญ่มักมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสูง เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การรักษาความปลอดภัยด้านสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือถูกโจมตีทางไซเบอร์

ข้อจำกัดของ Cloud Service

ถึงแม้ว่า Cloud Service จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาด้วย อาทิ เช่น

  • ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ต: Cloud Service ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูล หากผู้ใช้อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะไม่สามารถใช้งานได้
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: แม้ว่าการใช้งาน Cloud Service จะประหยัดในระยะยาว แต่ในบางครั้งการใช้ฟีเจอร์เพิ่มเติมอาจมีค่าใช้จ่ายเสริมเข้ามา เช่น การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล การเพิ่มความเร็วในการประมวลผล หรือการอัปเกรดบริการ
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูล: แม้จะมีการรักษาความปลอดภัยระดับสูง แต่ Cloud Service ก็ยังเสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์และการแฮกข้อมูล มาตรการหรือฟีเจอร์เสริมความปลอดภัยที่ผู้ให้บริการ Cloud แต่ละเจ้านำเสนอ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ควรพิจาราณาอย่างถี่ถ้วน 

เช่น AWS มี Well-Architect Framework ที่ครอบคลุมด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และความเสถียรของข้อมูล อีกทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Identity and Access Management (IAM) ที่ช่วยให้ผู้ใช้กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก

  • ความล่าช้าและปัญหาด้านระบบ: ในกรณีที่มีผู้ใช้งาน Cloud Service ในจำนวนมากในเวลาเดียวกันหรือเมื่อมีปัญหาทางด้านระบบ ก็อาจทำให้ระบบเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ชั่วคราวหรือเกิดความไม่สะดวก

อย่างไรก็ดี สำหรับ Data Center ของ AWS แล้ว จะมีทีมผู้ดูแลและตรวจระบบอยู่ดลอดเวลา อีกทั้งยังมีจะ มีการเปิด Region ในประเทศไทยช่วงต้นปี 2025 พร้อม Data Center ถึง  7-9 จุด ซึ่งจะช่วยลด Latency ของผู้ใช้งานในไทยได้อย่างดี

บริการ Cloud ใช้กับงานประเภทไหนได้บ้าง

บริการ Cloud Computing มีประโยชน์ใช้งานที่หลากหลาย แต่รูปแบบการใช้งานที่พบเห็นได้บ่อยคือ :

  • การเก็บข้อมูลส่วนตัว: Cloud Service ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์งาน และข้อมูลสำคัญไว้ในระบบคลาวด์เพื่อการเข้าถึงที่สะดวก
  • อีเมล: บริการอีเมลหลายๆ แพลตฟอร์มเช่น Gmail, Outlook ก็อาศัยระบบ Cloud Service ในการจัดเก็บข้อมูลและอีเมลทั้งหมด
  • การสตรีมมิ่งหนังและเพลง: บริการสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Spotify, YouTube ใช้ Cloud Service ในการจัดเก็บและสตรีมเนื้อหาวิดีโอและเพลงให้แก่ผู้ใช้ทั่วโลก
  • เกมออนไลน์: เกมออนไลน์จำนวนมากใช้ Cloud Service ในการจัดเก็บข้อมูลเกมและช่วยให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงข้อมูลที่บันทึกไว้ได้ รวมถึงอัปเดตแพทช์ต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น 
  • การใช้งานโปรแกรมและแอปพลิเคชันออนไลน์: โปรแกรมออนไลน์เช่น Google Docs, Microsoft Office 365 อาศัย Cloud Service ในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน ทำให้สะดวกต่อการทำงานข้าม Device 
  • การทำงานระยะไกลและการประชุมออนไลน์: เครื่องมือการประชุมออนไลน์อย่าง Zoom, Microsoft Teams ใช้ Cloud Service เพื่อรองรับการสื่อสารที่ Realtime และลดความหน่วงในการสื่อสารลง
  • การติดตามการจัดส่งและการสั่งอาหารออนไลน์: บริการเดลิเวอรีเช่น Grab, LINE Man ใช้ Cloud Service ในการจัดการข้อมูลการสั่งซื้อและการติดตามสถานะการจัดส่ง เพื่อสร้างความรู้สึกดีให้กับผู้ใช้งานในการติดตามออเดอร์

วิธีการเลือก Cloud Service ให้เหมาะกับธุรกิจ

การเลือก Cloud Service ให้เหมาะสมกับธุรกิจควรพิจารณาหลายปัจจัย ได้แก่:

  • ลักษณะของธุรกิจ: ธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น สถาบันการเงิน อาจเลือกใช้ Private Cloud เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือหากเป็นการใช้งานส่วนบุคคล หรือการใช้งานเพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกัน การเลือกใช้ Public Cloud จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
  • ความปลอดภัยของข้อมูล: ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง และการสำรองข้อมูล แต่ทั้งนี้ก็สามารถพิจารณาระดับการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน
  • ความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ: ควรพิจารณาเลือกบริการที่สามารถปรับขนาดและประสิทธิภาพของระบบได้ตามความต้องการธุรกิจ เช่น ถ้าธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต ควรเลือกใช้บริการ Cloud Service ที่รองรับการขยายพื้นที่ได้มากตามไปด้วย 
  • ความสะดวกในการใช้งาน: แม้ว่า Cloud Servie จะโดดเด่นในเรื่องความสะดวกในการใช้งาน แต่ในแต่ละผู้ให้บริการก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นควรเลือกบริการที่ใช้งานได้ง่ายและมีการสนับสนุนทางเทคนิคที่รวดเร็วรวมถึงตรงกับความต้องการใช้งานด้วยเช่นกัน

การเลือกใช้ Cloud Service

Cloud Service เป็นโซลูชันที่ช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลของธุรกิจมีความยืดหยุ่น สะดวกสบายและยังปลอดภัย ทั้งนี้ การเลือกใช้ Cloud Service ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ความปลอดภัย การปรับขนาดได้ตามความต้องการ ความสะดวกในการใช้งาน และการสนับสนุนด้านเทคนิค การเลือกบริการที่เหมาะสมกับธุรกิจจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว ประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลและการทำงานแบบออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจ

สำหรับท่านที่มีความสนใจ อยากใช้ประโยชน์จากบริการ Cloud Computing ให้ SiS จัดการให้คุณ โดยเราคือ ตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit และเป็น Distributor รายแรกของประเทศไทย พร้อม Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย ที่พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ

ให้ SiS เป็นตัวช่วยในการเริ่มต้นธุรกิจ Cloud ของคุณ

Getting started with us, AWS starter kit Virtual Machine (VM)
Find a plan to streamline your workflows

Start 1 Month Free Trial for Any Services* No need to buy, Just try first!

Start Free Trial