ในหลายโอกาส การใช้ Public Server หรือ Dedicatd Server อาจจะไม่ตอบโจทย์ธุรกิจเท่าที่ควร ทั้งในด้านความเป็นส่วนตัว ความยืดหยุ่น ที่ทั้ง 2 ประเภทนี้มีความต่างอย่างชัดเจน วันนี้ SiS จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ Cloud VPS บริการเซิร์ฟเวอร์เสมือน ที่เข้ามาอยู่ตรงกลาง ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงด้วยเช่นกัน
Virtual Private Server คืออะไร?
Cloud VPS หรือ Virtual Private Server คือบริการเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเสมือน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเซิร์ฟเวอร์แยกอิสระได้โดยไม่ต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์และทรัพยากรทั้งหมด จากที่แต่เดิม การจะสร้างเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือเกมออนไลน์ ก็จำเป็นจะต้องมีการเช่าเครื่องเซิฟเวอร์ที่เป็นเครื่องจริง หรือไม่ก็ต้องลงทุนในการสร้างเครื่องเซิฟเวอร์ขึ้นมาเอง ซึ่งการใช้เซิฟเวอร์ในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูง ในหลายด้าน ทั้งที่ตั้งเซิฟเวอร์ไกลจากผู้ใช้ปลายทาง หรือสูญเสียข้อมูลสำคัญจากการเสียหายของฮาร์ดแวร์ เป็นต้น
VPS จึงเป็นการใช้เทคโนโลยีในการแบ่งเซิร์ฟเวอร์จริงเป็น VPS Server หลายตัว ทำให้แต่ละผู้ใช้มีการเข้าถึงทรัพยากร เช่น CPU, RAM, และที่เก็บข้อมูลของตนเอง เสมือนว่ามีเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว สามารถใช้งานได้อย่างอิสระจากที่ไหนก็ได้ รวมถึงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ ยังสามารถโอนถ่ายไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ได้ง่ายด่ายกว่าอีกด้วย และในด้านความปลอดภัย การใช้ VPS ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ที่ใช้ทำ VPS จึงมีความมั่นใจได้ว่ามีโอกาสน้อยที่ข้อมูลสำคัญจะสูญหาย หรือถูกกู้คืนไม่ได้
จุดเด่นของ Cloud VPS
- ไม่จำเป็นต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์สำหรับเซิฟเวอร์ด้วยตนเอง
- ปรับเปลี่ยนขนาดพื้นที่จัดเก็บได้อิสระ มีความยืดหยุ่นสูงในการใช้งาน
- มีระบบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน โดยผู้ให้บริการ Cloud VPS เป็นผู้รับผิดชอบดูแล
- มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างละเอียด
- ช่วยลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล
- เพิ่มความมั่นใจในกรณีที่ข้อมูลสำคัญสูญหาย ว่าจะสามารถกู้คืนได้
ทำไม Virtual Private Server ถึงน่าสนใจ?
Cloud VPS โดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพที่สูง รวมถึงผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งการใช้งานได้อย่างอิสระ เช่น การติดตั้งซอฟต์แวร์พิเศษหรือการปรับแต่งระบบให้เหมาะสม นอกจากนี้ Cloud VPS ยังมีความเสถียรมากกว่า เมื่อเทียบกับการมีเซิฟเวอร์จริงเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้เข้าใช้งานบนเซิฟเวอร์จำนวนมาก Cloud VPS สามารถขยายพื้นที่การรองรับได้รวดเร็วและมากกว่าในเวลาอันสั้น และเมื่อพูดถึงในด้านต้นทุน การเลือกใช้ Cloud VPS ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนในการวางโครงสร้าง จัดซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการดูแลรักษาระบบได้ด้วย
ข้อดี-ข้อเสียของ Cloud VPS Server
ข้อดีของ Cloud VPS
- ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการลงทุนกับโครงสร้างเซิฟเวอร์ด้วยตนเอง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบ การขยายเซิฟเวอร์ด้วย
- รองรับการขยายเซิฟเวอร์ให้ใหญ่ขึ้นได้ในเวลาอันสั้น
- มีความปลอดภัยสูง ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยจากผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานรองรับ
- เซิฟเวอร์มีความเสถียรสูง ลดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่ม และลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล
- มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะไม่ต้องใช้ IP Adress ร่วมกับผู้อื่น มีความปลอดภัยเมื่อต้องใช้งานในด้านการเงิน หรือข้อมูลสำคัญ
- มีระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์บางส่วนที่สามารถเข้าใช้งานได้ทันที ซึ่งผู้ให้บริการVPS ติดตั้งไว้ให้ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว รวมถึงยังสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยได้ง่าย
- มีระบบในการสำรองข้อมูล ป้องกันข้อมูลสูญหาย
ข้อเสียของ Cloud VPS
- ต้องอาศัยผู้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการ VPS ในระดับหนึ่ง
- มีค่าบริการที่สูงกว่าการใช้ Public Server แต่แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่สูงกว่า
Virtual Private Server ใช้ในงานประเภทไหนบ้าง
- ใช้เปิดบริการเช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง
เช่น ในเกมประเภท Sandbox อย่าง Roblox หรือ Minecraft ที่มีการเปิดให้ผู้เล่นสามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์ด้วยตนเอง ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ Cloud VPS ด้วยเช่นกัน
ใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อให้การรับส่งข้อมูลจากผู้ใช้งานมายังเซิร์ฟเวอร์มีความลื่นไหล และสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดี
- สร้าง Environment หรือ Sandbox
เพื่อเป็นพื้นที่ที่นักพัฒนา สามารถทดสอบระบบ ซอฟต์แวร์ หรือแพทช์ใหม่ๆ ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง
- พื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำรอง
หากคุณใช้บริการ Amazon VPS อยู่แล้ว คุณสามารถใช้พื้นที่ว่างใน VPS ในการสำรองไฟล์ต่างๆ ได้ ซึ่งมีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง
การเลือกใช้ VPS มาแบ่งพื้นที่ในการดาวน์โหลดหรือแชร์ข้อมูลต่างๆ ผ่านทาง Torrents จะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ลงได้
- ใช้สร้างพื้นที่ส่วนตัวในการซิงค์และเก็บไฟล์
คุณสามารถใช้ Cloud VPS ในการจัดเก็บไฟล์และซิงค์ข้อมูลข้าม Device ของคุณได้ แต่มีข้อดีกว่าการใช้ Public Server ตรงที่ข้อมูลของคุณจะมีความเป็นส่วนตัวสูง
- เซิร์ฟเวอร์สำหรับการรับส่งอีเมลหรือเซิร์ฟเวอร์ VOIP
โดยเฉพาะสำหรับการสื่อสารด้วย VOIP ในองค์กร หรือกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ การเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ VPS จะช่วยลดการพึ่งพาบริการจากภายนอก ได้ทั้งความเร็วสูง อีกทั้งข้อมูลการติดต่อมีก็ความเป็นส่วนตัว
VPS Hosting คืออะไร
VPS Hosting คือหนึ่งในประเภทของ Web Hosting ซึ่งตามที่กล่าวไว้ด้านบน ว่าเมื่อก่อนจำเป็นจะต้องมีการเช่าเซิร์ฟเวอร์จริง เพื่อเป็น Hosting ในการทำเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน แต่ VPS Hosting เป็นการนำ Private Server เสมือน มาใช้เป็น Host ในการทำแทนนั่นเอง ซึ่งทำให้ใช้งบประมาณที่ต่ำลง และมีความคล่องตัวสูงกว่าในการจัดการบริหาร หรือการขยายเซิร์ฟเวอร์ในอนาคต
หลักการทำงานคือ หากอ้างอิงจาก Amazon VPS ผู้ใช้จะได้รับ VPS พร้อมทรัพยากรในการนำไปปรับใช้เพื่อเป็น Host ของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน และข้อดีทั้งหมด ของ Cloud VPS คุณก็จะได้รับเมื่อนำมาทำ VPS Hosting ด้วยเช่นกัน
VPS Hosting มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง
โดยปกติแล้ว VPS Hosting ของ Amazon VPS มีทั้งสิ้น 3 รูปแบบดังนี้
- การโฮสต์ VPS ที่ไม่มีการจัดการ
การโฮสต์ VPS ที่ไม่มีการจัดการหรือก็คือการโฮสต์ที่ต้องจัดการด้วยตนเอง เจ้าของธุรกิจต้องดูแลความรับผิดชอบของเซิร์ฟเวอร์และงานบำรุงรักษาทั้งหมด ผู้ให้บริการโฮสต์จัดการเฉพาะเซิร์ฟเวอร์จริงและความพร้อมใช้งาน การโฮสต์ VPS ที่ไม่มีการจัดการต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคหรือทรัพยากรภายในองค์กรโดยเฉพาะเพื่อจัดการหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ ระบบปฏิบัติการ และทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ การโฮสต์ VPS ที่ไม่มีการจัดการนั้นเหมาะสมกว่าสำหรับธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นพร้อมความสามารถด้านไอทีที่จำเป็น
- การโฮสต์ VPS ที่มีการจัดการ
การโฮสต์ VPS ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบช่วยลดเวลา ความพยายาม และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่คุณต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์ของคุณ ผู้ให้บริการโฮสต์ VPS ที่มีการจัดการจะดูแลความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด เช่น การอัปเดตหลัก การบำรุงรักษา และการติดตั้งซอฟต์แวร์ ดังนั้นคุณจึงสามารถมุ่งความสนใจไปที่การขยายธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มที่ Managed VPS การโฮสต์เป็นวิธีการแบบแฮนด์ฟรีสำหรับการจัดการเซิร์ฟเวอร์
- การโฮสต์ VPS กึ่งที่มีการจัดการ
การโฮสต์ VPS กึ่งที่มีการจัดการเป็นพื้นฐานระหว่างโฮสติ้งที่มีการจัดการและที่ไม่มีการจัดการ บริษัทการโฮสต์มีพื้นฐานเหมือนกับการโฮสต์ที่ไม่มีการจัดการ แต่เพิ่มการติดตั้งและการสนับสนุนซอฟต์แวร์หลัก เหล่านี้คือตัวอย่างบางส่วนของบริการเพิ่มเติมที่มีให้
- การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์
- การปรับปรุงความปลอดภัย
- รองรับเว็บเซิร์ฟเวอร์เต็มรูปแบบ
- การตรวจสอบเหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์
- การตอบสนองเชิงรุกและการกู้คืนเซิร์ฟเวอร์
การโฮสต์ที่แกนเป็นหลักแตกต่างจากการโฮสต์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบ นั่นก็คือแกนนั้นไม่รวมถึงการป้องกันไวรัสและสแปม การโยกย้ายภายนอก การสนับสนุนแผงควบคุมเต็มรูปแบบ หรือการอัปเกรดและแพตช์แผงควบคุม
อ้างอิงข้อมูลจาก : https://aws.amazon.com/th/what-is/vps/
VPS Hosting ช่วยในการทำงานแบบไหนได้บ้าง
- จัดการการเข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น
แน่นอนว่าในช่วงเริ่มต้นเว็บไซต์อาจจะทำงานได้อย่างราบรื่น เพราะยังไม่มีจำนวนผู้เข้าใช้งานสูง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เว็บไซต์เริ่มมีผู้เข้าชมจำนวนมากในเวลาเดียวกัน ปัญหาที่ตามมาคือ ความล่าช้าในการโหลดข้อมูล หรืออาจส่งผลให้เว็บไซต์ล่มได้ การใช้ VPS Hosting จะช่วยทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ราบรื่นแม้มี Traffic สูง ทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ราบรื่นแม้มี Traffic สูง
เมื่อเทียบกับการโฮสต์ที่ใช้ร่วมกัน การใช้ VPS Hosting ช่วยให้ควบคุมสภาพแวดล้อมของเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น คุณสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์แบบกำหนดเองและการกำหนดค่าแบบกำหนดเองได้ รวมถึงการผสานรวมกับซอฟต์แวร์อื่นๆ เช่น การทำบัญชีหรือระบบ CRM เป็นต้น อีกทั้ง VPS Server ยังสามารถติดตั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยและไฟร์วอลล์แบบกำหนดเองสำหรับระบบของคุณได้เช่นกัน
- ลดข้อผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์
เมื่อเว็บไซต์ของคุณเติบโตขึ้น คุณอาจต้องเพิ่มเนื้อหาหรือฟีเจอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบประมวลผลและหน่วยความจำ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์ได้ เช่น ความไม่พร้อมใช้งาน แต่เมื่อใช้ VPS Hosting เว็บไซต์ที่ต้องการการประมวลผลสูงจะทำงานได้ดีกว่ามาก เนื่องจากมีการแชร์ระบบประมวลผลกับเว็บไซต์อื่น
การโฮสต์ VPS ปลอดภัยหรือไม่
การโฮสต์ VPS มีความปลอดภัยสูงกว่าโฮสติ้งแบบแชร์ เนื่องจากแต่ละ VPS ถูกแยกออกจากกันอย่างอิสระ ทำให้ไม่ต้องใช้ทรัพยากรร่วมกับผู้อื่น และช่วยลดความเสี่ยงจากช่องโหว่หรือการโจมตีที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์อื่น ๆ บนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน
ผู้ใช้งานยังสามารถเสริมความปลอดภัยของ VPS ได้เอง เช่น การตั้งค่าไฟร์วอลล์ การติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และการใช้ระบบป้องกัน DDoS เพื่อให้การโฮสต์เว็บไซต์มีความมั่นคง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Cloud VPS เหมาะกับใครบ้าง
เว็บไซต์ขนาดเล็ก
เว็บไซต์ของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งที่จริงแล้ว ธุรกิจขนาดใหญ่ก็สามารถใช้งาน Cloud VPS ได้เช่นกัน แต่ในช่วงเริ่มต้น การเลือกใช้ VPS จะช่วยลดต้นทุนในการวางโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวลงได้ และสามารถนำเงินไปลงทุนในส่วนอื่นๆ ได้แทน
เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (E-commerce)
ด้วยความปลอดภัยของข้อมูลที่สูง Cloud VPS จึงเหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องมีการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงความเสถียรของการใช้ VPS ทำให้ประสบการณ์ด้านการใช้งาน การชำระเงินของลูกค้าไม่ติดขัด
นักพัฒนาที่ต้องการพื้นที่ในการทดสอบ
ด้วยการใช้ Cloud VPS ในการจำลอง Environment หรือสร้าง Sandbox เพื่อทดสอบฟีเจอร์ พัฒนาซอฟต์แวร์ก่อนใช้งานจริง โดยไม่กระทบพื้นที่เซิร์ฟเวอร์หลัก
บุคคลทั่วไปที่ต้องการ Cloud Storage
เนื่องจากสามารถใช้ Cloud VPS ในการสำรอง จัดเก็บ และซิงค์ข้อมูลข้าม Device ได้ และยังมีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูง จึงเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป ที่ต้องการหาโซลูชันจัดเก็บข้อมูลแทน Public Server ที่ใช้อยู่
เราสามารถสรุปได้ว่า Cloud VPS เป็นเซิร์ฟเวอร์เสมือน ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน การขยายพื้นที่ และการบริหารจัดการสูง เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน รวมถึงผู้ใช้งานทั่วไปด้วยเช่นกัน และข้อดีในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ทำให้ VPS ได้เปรียบ Pubclic Cloud Server ทั่วไปอีกด้วย
เลือกบริการ Amazon VPS: AWS Lightsail
AWS Lightsail เป็นโซลูชัน VPS (Virtual Private Server) ของ Amazon ที่ใช้งานง่าย มาพร้อมคุณสมบัติมากมายที่อำนวยความสาะดวกและสามารถเชื่อมต่อไปยังบริการอื่นๆ ของ AWS ได้ บริการนี้เหมาะสำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันขนาดเล็กที่ไม่ต้องการการตั้งค่าซับซ้อน มีความคุ้มค่าและยังสามารถอัปเกรดไปยัง EC2 ได้เมื่อจำเป็น
หากคุณสนใจอยากใช้ Amazon VPS ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของคุณ SiS คือตัวช่วยในการเข้าถึง Service และ Benefit ของ AWS และเป็น Distributor รายแรกของประเทศไทย มี Reseller Network มากกว่า 10,000 ราย ที่พร้อมให้บริการ และสร้างสรรค์โซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการด้านธุรกิจของคุณ
ให้ SiS เป็นอีก 1 ตัวช่วยที่ทำให้ธุรกิจของคุณก้าวกระโดดไปข้างหน้า